Risk Management Forum

ศูนย์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับ การบริหารจัดการความเสี่ยง

เรื่องที่ 56 : Cost Benefit Analysis เทคนิคการประเมินความคุ้มค่าของโครงการ

อาจารย์จิรพร  สุเมธีประสิทธิ์ 

www.interfinn.com 

http://chirapon.wordpress.com 

          เนื่องจากทรัพยากรของกิจการภาคเอกชนและภาคสาธารณะมีอยู่อย่างจำกัด ผู้บริหารกิจการจึงจำเป็นหามาตรฐานในการประเมินโครงการเพื่อเปรียบเทียบทางเลือก จัดลำดับความสำคัญของโครงการ และตัดสินใจเลือกว่าจะจัดสรรทรัพยากรที่หาได้ยากนั้นๆ อย่างไร  ซึ่งเทคนิคการประเมินความคุ้มค่าของโครงการที่เหมาะสมอย่างคือ Cost Benefit Analysis 

          Cost Benefit Analysis เป็นเทคนิคสำหรับการค้นหาต้นทุนและผลประโยชน์ทางสังคมที่คิดค่าออกมาเป็นตัวเงิน (Monetary social cost and benefit) ของโครงการลงทุนในช่วงเวลาในเวลาหนึ่งที่กำหนดให้ 

          หลักการของ Cost Benefit Analysis มีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ 

  1. ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินโครงการในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์หรือการประเมินในทางสังคมหรือเชิงสวัสดิการ  ซึ่งเป็นเทคนิคที่ยอมรับนำไปใช้กันในโครงการทางธุรกิจและโครงการใช้จ่ายภาครัฐ
  2. ใช้เป็นเครื่องมือในการนำเอาผลกระทบของโครงการต่อภายนอก (Externality) มาสู่การพิจารณาในการดำเนินโครงการ ได้แก่ ผลกระทบต่อประชาชนหรือสภาพแวดล้อมภายนอกโครงการ ควบคู่กับต้นทุนและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดกับผู้ริเริ่มโครงการและนำทั้ง 2 ส่วนไปใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกดำเนินโครงการหรือไม่  ในแง่นี้และนำ 2 ส่วนไปใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกดำเนินโครงการหรือไม่  ในแง่นี้ Cost Benefit Analysis คือ การประมาณการผลกระทบต่อสวัสดิการทางสังคมของการลงทุนในรูปของโครงการ
  3. การนำเอาเรื่องของกรอบเวลามาพิจารณาในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่คิดลดตามระยะเวลาที่ได้รับประโยชน์ล่าช้าออกไปหรือนานมากขึ้นในอนาคต  หรือคิดลดต้นทุนลงไปตามระยะเวลาในอนาคต

            ในการนำเอาหลักการ Cost Benefit Analysis มาใช้ประโยชน์นั้น ตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของการพัฒนาแนวคิดนี้เป็นการประเมินโครงการลงทุนของภาคสาธารณะขนาดใหญ่ที่เป็นเมก้าโปรเจคอย่างเช่น โครงการลงทุนในการสร้างมอเตอร์เวย์ ทางต่างระดับ เขื่อน อุโมงค์ สะพาน การสร้างกำแพงกั้นน้ำท่วม หรือโรงงานผลิตพลังงานแห่งใหม่  ซึ่งเป็นมุมมองของการประเมินด้านต้นทุนและผลประโยชน์ทางสังคม 

อย่างไรก็ตาม หลักการเบื้องต้นของ Cost Benefit Analysis ก็สามารถประยุกต์ใช้ในโครงการหรือโปรแกรมในลักษณะอื่นๆ ด้วย เช่น สุขภาพถ้วนหน้า หรือระบบรักษาความปลอดภัยของรถใหม่ โครงการด้านสุขภาพแวดล้อมที่ต้องการประเมินผลตอบแทนของการลงทุน 

เหตุผลสำคัญที่มีการนำเอา Cost Benefit Analysis มาใช้อีกประการหนึ่งก็คงจะอยู่ที่ข้อจำกัดของวงเงินงบประมาณที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินโครงการ เพื่อใช้ผลการประเมินในกาจัดลำดับความสำคัญของโครงการที่ควรจะจัดสรรเงินงบประมาณให้ตามสัดส่วนก่อนหลังโดย 

 

          ขั้นตอนที่สำคัญในการประยุกต์ใช้แนวคิด Cost Benefit Analysis ประกอบด้วย 

          ขั้นที่ 1 คำนวณผลประโยชน์ทางสังคมจากการดำเนินโครงการ 

                   ประโยชน์ทางสังคมในที่นี้ หมายถึง 

1)      ประโยชน์ที่มองเห็นได้ เป็นประโยชน์ทางตรง 

2)      ประโยชน์ที่มองไม่เห็น เป็นประโยชน์ทางอ้อม หรือประโยชน์ที่ตกอยู่กับประชาชนที่อยู่นอกเหนือเป้าหมาย 

          ขั้นที่ 2 การคำนวณต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้น โดยประกอบด้วยต้นทุนที่มองเห็นได้หรือต้นทุนทางตรง และต้นทุนที่มองไม่เห็น หรือต้นทุนทางอ้อมด้วย 

          โครงการดำเนินการในขั้นที่ 1 และ ขั้นที่ 2 นี้เป็นขั้นตอนสำคัญและต้องมีความมั่นใจว่าสามารถรวบรวมและคำนวณทั้งประโยชน์ทางสังคมและต้นทุนทางสังคมได้ครบถ้วน 

ขั้นที่ 3 การคำนวณด้วย Sensitivity Analysis 

          เป็นการประเมินความไหวตัวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ว่าผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง และมีขนาดของความไม่แน่นอน ในการวัดหามูลค่าที่แท้จริงของต้นทุนและผลประโยชน์มากน้อยเพียงใด เพื่อให้เกิดความมั่นใจในระดับความแม่นยำของการคำนวณในขั้นที่ 1 – 2 

          ขั้นที่ 4 การคิดลดโดยคำนึงถึงมูลค่าทางการเงินของประโยชน์ที่คิดลดตามเวลาในอนาคต 

          เป็นการพิจารณาการลดลงของมูลค่าของต้นทุนและผลประโยชน์ที่สะสมตามเวลา  ซึ่งแม้ว่าจะคิดเป็นตัวเงินเท่ากันก็ตาม แต่เมื่อคิดลดด้วยเวลาแล้วดีค่ากลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบันจะมีมูลค่าลดลงแตกต่างกัน  โดยใช้หลักความจริงว่าทุกคนย่อมต้องการได้รับประโยชน์ในปัจจุบันมากกว่าจะได้รับในอนาคต  มูลค่าของผลประโยชน์ในอนาคตจะลดลงไปเรื่อยๆ หากระยะเวลายิ่งนานออกไปมากขึ้น ทำให้เกิดการคิดลดมูลค่าในอนาคต 

          ขั้นที่ 5 การเปรียบเทียบประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับต้นทุน 

          เป็นการระบุว่าหลังจากนำเอาต้นทุนไปหักออกจากผลประโยชน์แล้ว อัตราผลตอบแทนทางสังคมสุทธิมีค่าเป็นบวก หรือ มีค่าเป็นลบ 

          หากมีค่าของผลตอบแทนทางสังคมเป็นบวก ก็คือว่าโครงการที่ประเมินมีความคุ้มค่า 

          ขั้นที่ 6 การเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนระหว่างโครงการ 

          ในการพิจารณาอาจจะมีโครงการที่สามารถเลือกดำเนินการ เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางสังคมที่ใกล้เคียงกัน ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่จะพิจารณาเลือกโครงการที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่แสดงว่าคุ้มค่ามากที่สุด 

          อย่างไรก็ตาม การใช้เทคนิค Cost Benefit Analysis ไม่ใช่ว่าใช้ได้ดีในทุกกรณีและมีข้อจำกัดที่ผู้ประเมินโครงการจะให้ความระมัดระวังอยู่หลายประการด้วยกัน 

1)      บางโครงการอาจจะมีปัญหาในการกำหนดมูลค่าของต้นทุนและผลประโยชน์ 

ต้นทุนบางประเภทอาจจะง่ายในการระบุมูลค่าเป็นตัวเงิน เช่น ต้นทุนของการดำเนินโครงการ

          แต่ถ้าเป็นต้นทุนประเภทอื่นอาจจะระบุรายได้ยากขึ้น เช่น กรณีของต้นทุนที่เป็นผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ยิ่งกว่านั้นต้นทุนบางอย่างยังอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป จนยากที่จะระบุออกมาเป็นตัวเงินที่แน่นอน

1)      ต้นทุนของบางโครงการอาจจะไม่รวมไปถึงบุคคลที่สาม

ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่บางโครงการ เช่น การก่อสร้างสนามบินแหล่งใหม่หรือการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นโครงการที่อาจจะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากมากที่อาจะได้ผลกระทบทางบวก และผลกระทบทางอ้อม ที่ควรจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ด้วยเทคนิค Cost Benefit Analysis อย่างเดียวอาจจะคาดหวังไม่ได้เต็มที่ว่าได้คำนึงถึงทุกภาคส่วนทุกฝ่ายที่เป็นผู้เกี่ยวข้องและบุคคลที่สามอย่างครบถ้วนแล้ว

          กลุ่มบุคคลที่สามที่มักถูกหลงลืมและไม่ค่อยได้นำมาพิจารณา คือ

ก.      ประชากรในรุ่นต่อไป (Future generation) ที่ยังไม่ได้ถือกำเนิดมาในตอนนี้แต่จะเป็นประชากรของประเทศในรุ่นต่อๆ ไป

ข.      กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ใช่คน เช่น พืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่มีปากมีเสียงมาต่อต้านการดำเนินโครงการได้เหมือนมนุษย์

2)      บางโครงการมีผลประโยชน์แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มรายได้

ในบางโครงการสิ่งที่เป็นมูลค่าของต้นทุน (ผลกระทบทางลบ) และผลประโยชน์ออกมาแตกต่างกันในกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับรายได้แตกต่างกัน เช่น ประโยชน์ที่เกิดกับประชากรที่เป็นกลุ่มคนยากจนและคนด้อยโอกาส/คนอ่อนแอ มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่ามากกว่าประชากรที่เป็นกลุ่มคนที่มีระดับรายได้สูง

ขณะเดียวกันต้นทุนที่เป็นผลกระทบทางลบ ที่มีลักษณะเป็นภาระหรือค่าใช้จ่ายของกลุ่มที่มีระดับรายได้ต่ำอาจจะมีความหมายและสร้างความเดือดร้อนมากกว่ากลุ่มคนที่มีระดับรายได้สูง

                    ดังนั้น ในโครงการที่มีแนวคิดของการจ่ายเงินชดเชยแก่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจะต้องพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบ มิฉะนั้น จะมีประเด็นของความไม่เป็นธรรม หรือความเสมอภาคเกิดขึ้นทันที

3)      สวัสดิการสังคมโดยรวมอาจจะแตกต่างจากสวัสดิการรายบุคคล

การที่บุคคลรายบุคคลได้รับประโยชน์หรือได้รับผลกระทบทางลบเกิดขึ้นเป็นรายปัจเจกชนเมื่อนำมารวมกันทุกๆ คนแล้ว  อาจจะให้ภาพของสวัสดิการสังคมที่แตกต่างกัน และอาจจะทำให้เกิดการตีความหมายที่แตกต่างกัน และนำไปสู่ผลการประเมินโครงการที่แตกต่างกัน

หรืออีกนัยหนึ่ง การมองภาพสวัสดิการสังคมโดยรวมอาจจะทำให้ภาพลวงตาของความคุ้มค่าของโครงการที่ไปในทางที่ผิดว่าสังคมโดยรวมดีขึ้น  แต่ละบุคคลในสังคมจะต้องดีขึ้นทุกคนตามไปด้วย  ซึ่งไม่เป็นความจริงในมุมที่คนแต่ละคนมีความรู้สึกและมีผลในด้านสภาพความเป็นอยู่แตกต่างกัน

4)      ปัญหาการตีค่าด้านสิ่งแวดล้อม

การตีค่าในประเด็นของต้นทุนและผลประโยชน์ที่ไม่มีราคาตลาดปรากฏอยู่เป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ที่สังคมยอมรับได้ก่อน  หากหาหลักเกณฑ์อ้างอิงที่เหมาะสมไม่ได้  ก็จะมีผลต่อการประเมินความคุ้มค่าของโครงการบางโครงการอย่างมีนัยสำคัญ

5)      ปัญหาการตีค่าของมนุษย์

ในบางโครงการมีความจำเป็นต้องนำเอาคุณค่าของความเป็นมนุษย์ตลอดชีพมาใช้ในการตีค่าด้วย  แต่ก็มีนักวิชาการหลายคนคิดค้นแนวคิดในการตีค่าของมนุษย์ดังกล่าว

ดังนั้น บางโครงการจึงพยายามเลี่ยงไปใช้การประเมินโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการที่จะมีความเสี่ยงจาการเสียชีวิตลดลงแทน

6)      ปัญหาทัศนคติที่มีต่อความเสี่ยง

มุมมองของการประเมินโครงการอาจจะออกมได้ 2 แนวทาง คือ

ก.      สมมติฐานว่าเลวร้ายก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยหรือดี

ข.      สมมติฐานว่าดีปลอดภัยไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเลวร้าย ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อจำกัดของเทคนิค Cost Benefit Analysis แต่โดยภาพรวมแล้วยังต้องถือว่าเทคนิคนี้ดีกว่าเทคนิคอื่นๆ ยกเว้นการประเมินความคุ้มค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม

          ขั้นตอนที่สำคัญในการประยุกต์ใช้แนวคิด Cost Benefit Analysis ประกอบด้วย  

          ขั้นที่ 1 คำนวณผลประโยชน์ทางสังคมจากการดำเนินโครงการ  

                   ประโยชน์ทางสังคมในที่นี้ หมายถึง  

1)      ประโยชน์ที่มองเห็นได้ เป็นประโยชน์ทางตรง2)      ประโยชน์ที่มองไม่เห็น เป็นประโยชน์ทางอ้อม หรือประโยชน์ที่ตกอยู่กับประชาชนที่อยู่นอกเหนือเป้าหมาย

 

          ขั้นที่ 2 การคำนวณต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้น โดยประกอบด้วยต้นทุนที่มองเห็นได้หรือต้นทุนทางตรง และต้นทุนที่มองไม่เห็น หรือต้นทุนทางอ้อมด้วย  

          โครงการดำเนินการในขั้นที่ 1 และ ขั้นที่ 2 นี้เป็นขั้นตอนสำคัญและต้องมีความมั่นใจว่าสามารถรวบรวมและคำนวณทั้งประโยชน์ทางสังคมและต้นทุนทางสังคมได้ครบถ้วน 

 

และ 

 

ขั้นที่ 3 การคำนวณด้วย Sensitivity Analysis  

          เป็นการประเมินความไหวตัวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ว่าผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้มีอะไรบ้าง และมีขนาดของความไม่แน่นอน ในการวัดหามูลค่าที่แท้จริงของต้นทุนและผลประโยชน์มากน้อยเพียงใด เพื่อให้เกิดความมั่นใจในระดับความแม่นยำของการคำนวณในขั้นที่ 1 – 2 

          ขั้นที่ 4 การคิดลดโดยคำนึงถึงมูลค่าทางการเงินของประโยชน์ที่คิดลดตามเวลาในอนาคต 

          เป็นการพิจารณาการลดลงของมูลค่าของต้นทุนและผลประโยชน์ที่สะสมตามเวลา  ซึ่งแม้ว่าจะคิดเป็นตัวเงินเท่ากันก็ตาม แต่เมื่อคิดลดด้วยเวลาแล้วดีค่ากลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบันจะมีมูลค่าลดลงแตกต่างกัน  โดยใช้หลักความจริงว่าทุกคนย่อมต้องการได้รับประโยชน์ในปัจจุบันมากกว่าจะได้รับในอนาคต  มูลค่าของผลประโยชน์ในอนาคตจะลดลงไปเรื่อยๆ หากระยะเวลายิ่งนานออกไปมากขึ้น ทำให้เกิดการคิดลดมูลค่าในอนาคต 

          ขั้นที่ 5 การเปรียบเทียบประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับต้นทุน 

          เป็นการระบุว่าหลังจากนำเอาต้นทุนไปหักออกจากผลประโยชน์แล้ว อัตราผลตอบแทนทางสังคมสุทธิมีค่าเป็นบวก หรือ มีค่าเป็นลบ  

          หากมีค่าของผลตอบแทนทางสังคมเป็นบวก ก็คือว่าโครงการที่ประเมินมีความคุ้มค่า 

          ขั้นที่ 6 การเปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนระหว่างโครงการ 

          ในการพิจารณาอาจจะมีโครงการที่สามารถเลือกดำเนินการ เพื่อให้บรรลุผลประโยชน์ทางสังคมที่ใกล้เคียงกัน ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่จะพิจารณาเลือกโครงการที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่แสดงว่าคุ้มค่ามากที่สุด  

          อย่างไรก็ตาม การใช้เทคนิค Cost Benefit Analysis ไม่ใช่ว่าใช้ได้ดีในทุกกรณีและมีข้อจำกัดที่ผู้ประเมินโครงการจะให้ความระมัดระวังอยู่หลายประการด้วยกัน  

1)      บางโครงการอาจจะมีปัญหาในการกำหนดมูลค่าของต้นทุนและผลประโยชน์ 

ต้นทุนบางประเภทอาจจะง่ายในการระบุมูลค่าเป็นตัวเงิน เช่น ต้นทุนของการดำเนินโครงการ 

 

          แต่ถ้าเป็นต้นทุนประเภทอื่นอาจจะระบุรายได้ยากขึ้น เช่น กรณีของต้นทุนที่เป็นผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ยิ่งกว่านั้นต้นทุนบางอย่างยังอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเมื่อระยะเวลาเปลี่ยนแปลงไป จนยากที่จะระบุออกมาเป็นตัวเงินที่แน่นอน

1)      ต้นทุนของบางโครงการอาจจะไม่รวมไปถึงบุคคลที่สาม

ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่บางโครงการ เช่น การก่อสร้างสนามบินแหล่งใหม่หรือการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นโครงการที่อาจจะมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากมากที่อาจะได้ผลกระทบทางบวก และผลกระทบทางอ้อม ที่ควรจะได้นำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ด้วยเทคนิค Cost Benefit Analysis อย่างเดียวอาจจะคาดหวังไม่ได้เต็มที่ว่าได้คำนึงถึงทุกภาคส่วนทุกฝ่ายที่เป็นผู้เกี่ยวข้องและบุคคลที่สามอย่างครบถ้วนแล้ว

          กลุ่มบุคคลที่สามที่มักถูกหลงลืมและไม่ค่อยได้นำมาพิจารณา คือ

ก.      ประชากรในรุ่นต่อไป (Future generation) ที่ยังไม่ได้ถือกำเนิดมาในตอนนี้แต่จะเป็นประชากรของประเทศในรุ่นต่อๆ ไป

ข.      กลุ่มที่ได้รับผลกระทบที่ไม่ใช่คน เช่น พืช สัตว์ สิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่มีปากมีเสียงมาต่อต้านการดำเนินโครงการได้เหมือนมนุษย์

2)      บางโครงการมีผลประโยชน์แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มรายได้

ในบางโครงการสิ่งที่เป็นมูลค่าของต้นทุน (ผลกระทบทางลบ) และผลประโยชน์ออกมาแตกต่างกันในกลุ่มเป้าหมายที่มีระดับรายได้แตกต่างกัน เช่น ประโยชน์ที่เกิดกับประชากรที่เป็นกลุ่มคนยากจนและคนด้อยโอกาส/คนอ่อนแอ มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่ามากกว่าประชากรที่เป็นกลุ่มคนที่มีระดับรายได้สูง

ขณะเดียวกันต้นทุนที่เป็นผลกระทบทางลบ ที่มีลักษณะเป็นภาระหรือค่าใช้จ่ายของกลุ่มที่มีระดับรายได้ต่ำอาจจะมีความหมายและสร้างความเดือดร้อนมากกว่ากลุ่มคนที่มีระดับรายได้สูง

                    ดังนั้น ในโครงการที่มีแนวคิดของการจ่ายเงินชดเชยแก่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจะต้องพิจารณาประเด็นนี้อย่างรอบคอบ มิฉะนั้น จะมีประเด็นของความไม่เป็นธรรม หรือความเสมอภาคเกิดขึ้นทันที

3)      สวัสดิการสังคมโดยรวมอาจจะแตกต่างจากสวัสดิการรายบุคคล

การที่บุคคลรายบุคคลได้รับประโยชน์หรือได้รับผลกระทบทางลบเกิดขึ้นเป็นรายปัจเจกชนเมื่อนำมารวมกันทุกๆ คนแล้ว  อาจจะให้ภาพของสวัสดิการสังคมที่แตกต่างกัน และอาจจะทำให้เกิดการตีความหมายที่แตกต่างกัน และนำไปสู่ผลการประเมินโครงการที่แตกต่างกัน

หรืออีกนัยหนึ่ง การมองภาพสวัสดิการสังคมโดยรวมอาจจะทำให้ภาพลวงตาของความคุ้มค่าของโครงการที่ไปในทางที่ผิดว่าสังคมโดยรวมดีขึ้น  แต่ละบุคคลในสังคมจะต้องดีขึ้นทุกคนตามไปด้วย  ซึ่งไม่เป็นความจริงในมุมที่คนแต่ละคนมีความรู้สึกและมีผลในด้านสภาพความเป็นอยู่แตกต่างกัน

4)      ปัญหาการตีค่าด้านสิ่งแวดล้อม

การตีค่าในประเด็นของต้นทุนและผลประโยชน์ที่ไม่มีราคาตลาดปรากฏอยู่เป็นเรื่องยาก เพราะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ที่สังคมยอมรับได้ก่อน  หากหาหลักเกณฑ์อ้างอิงที่เหมาะสมไม่ได้  ก็จะมีผลต่อการประเมินความคุ้มค่าของโครงการบางโครงการอย่างมีนัยสำคัญ

5)      ปัญหาการตีค่าของมนุษย์

ในบางโครงการมีความจำเป็นต้องนำเอาคุณค่าของความเป็นมนุษย์ตลอดชีพมาใช้ในการตีค่าด้วย  แต่ก็มีนักวิชาการหลายคนคิดค้นแนวคิดในการตีค่าของมนุษย์ดังกล่าว

ดังนั้น บางโครงการจึงพยายามเลี่ยงไปใช้การประเมินโอกาสหรือความเป็นไปได้ในการที่จะมีความเสี่ยงจาการเสียชีวิตลดลงแทน

6)      ปัญหาทัศนคติที่มีต่อความเสี่ยง

มุมมองของการประเมินโครงการอาจจะออกมได้ 2 แนวทาง คือ

ก.      สมมติฐานว่าเลวร้ายก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยหรือดี

ข.      สมมติฐานว่าดีปลอดภัยไว้ก่อน จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเลวร้าย ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อจำกัดของเทคนิค Cost Benefit Analysis แต่โดยภาพรวมแล้วยังต้องถือว่าเทคนิคนี้ดีกว่าเทคนิคอื่นๆ ยกเว้นการประเมินความคุ้มค่าของโครงการที่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม

About these ads

กรกฎาคม 26, 2010 - Posted by | Cost Benefit Analysis | , , , , , , , , , , ,

1 ความเห็น »

  1. Very good easy to understand

    ความเห็น โดย Saranatra Waikakul | สิงหาคม 27, 2012 | ตอบกลับ


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 89 other followers

%d bloggers like this: